GA VSDs oil-injected screw compressor - For PPT.jpeg
รู้หรือไม่ วิธีเลือกขนาดปั๊มลมให้เหมาะสมกับธุรกิจ มีวิธีเลือกอย่างไร

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2022

ณ ปัจจุบันมีธุรกิจที่เกิดขึ้นมามากมาย และธุรกิจส่วนใหญ่จะต้องอาศัยลมเป็นตัวขับเคลื่อนในการบวนการผลิต ดังนั้นการเลือกขนาดปั๊มลม (Air Compressor) ให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิต หรือธุรกิจของผู้ประกอบการนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่ากระแสไฟฟ้าในแต่ละปีได้ไม่มากก็น้อย และยังสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของปั๊มลม (Air Compressor) ได้อีกด้วย

หลักเกณฑ์ในการเลือกขนาดปั๊มลม (Air Compressor) ให้เหมาะสมกับธุรกิจ สามารถพิจารณาได้ตามหัวข้อต่อไปนี้

ประเภทของงานที่จำเป็นจะต้องใช้ปั๊มลม (Air Compressor Type)

การวิเคราะห์เบื้องต้น อย่างแรกที่ควรทำคือ เราจำเป็นต้องดูว่างานที่ใช้ลมนั้นตัวคุณภาพลมต้องมีลักษณะอย่างไร เช่น งานที่ใช้ลมแบบทั่วไปที่ไม่คำนึงถึงความสะอาดมาก งานที่ต้องการลมที่มีลักษณะเป็นลมแห้ง หรือ งานที่เกี่ยวกับอาหาร เป็นต้น ซึ่งงานเหล่านี้จะใช้ลมที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป ดังนั้นผู้ใช้เครื่องจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของการใช้ลมให้ได้เสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายของชิ้นงานหรือสินค้าที่จะต้องผลิต

ลมที่ต้องการใช้งาน (Flow Consumption)

เมื่อเลือกประเภทของงานได้แล้ว ต่อมาผู้ใช้เครื่องต้องคำนวนดูปริมาณการใช้ลมให้เหมาะสมกับงานที่ต้องการ โดยอาจจะต้องดูว่าเครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิตทั้งหมดนั้นมีอัตราการใช้ลมรวมเป็นอย่างไร โดยเบื้องต้นจะต้องนำอัตราการใช้ลมของเครื่องจักรทั้งหมดมารวมกัน จะได้ค่าการใช้ลมในกระบวนการนั้น อย่างไรก็ตามผู้ใช้เครื่องยังไม่ควรนำค่านั้นไปทำการเลือกขนาดปั๊มลม (Air Compressor) ได้ เนื่องจากการเลือกปั๊มลม (Air Compressor) นั้น เรายังจำเป็นต้องบวกค่าความปลอดภัย (Safety Factor) เข้าไปด้วยเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา pressure drop หรืองานเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือการคำนวน

ปริมาณแรงดันลมที่ต้องการใช้ (Pressure Bar) 

แรงดันลมที่ต้องการใช้นั้นก็เป็นสิ่งจำเป็นในการตัดสินใจในการเลือกปั๊มลม (Air Compressor) เช่นกัน เนื่องจากหารมีการเลือกแรงดันลมผิดพลาด เช่นต่ำเกินไปก็จะทำให้การกระบวนการผลิตเกิดปัญหาได้ตามมาในลักษณะของแรงดันที่ไม่พอต่อการ operate เครื่องจักร หรือหากเลือกแรงดันที่สูงเกินไป ก็จะเจอปัญหาการจ่ายค่าไฟที่สูงเกินจำเป็น และเครื่องตักรจะมีอัตราการทำลมที่น้อยกว่า (ณ เครื่องที่ kW เท่า ๆ กัน)​ งนั้นการวิเคราะห์เพื่อเลือกแรงดันลม ต้องเลือกให้สอดคล้องกับแรงดันที่เครื่องจักรปลายทางต้องการมากที่สุด (และยังคงต้องเผื่อ safety factor เช่นกัน)​

จากที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด จึงสรุปได้ว่าการเลือกขนาดปั๊มลม (Air Compressor) ให้เหมาะสมกับธุรกิจมีความจำเป็นอย่างยิ่ง หากมีการเลือกขนาดปั๊มลม (Air Compressor) ผิดพลาดไป ผู้ใช้เครื่องจะพบเจอปัญหาตามมาอีกมากมาย และทำให้ผู้ใช้เครื่องจำเป็นต้องเจอปัญหาลงทุนซ้ำซ้อนเพิ่มเติม