cq5dam.web.1280.1280.png

หมวดความรู้ > หมวดความรู้ปั๊มลม (Air Compressor) > หน้าที่ของน้ำมันหล่อลื่นปั๊มลม

หน้าที่ของน้ำมันหล่อลื่นปั๊มลม

วันที่ 21 มิถุนายน 2021

น้ำมันหล่อลื่นสำหรับปั๊มลมเป็นน้ำมันชนิดที่ออกแบบมาอย่างพิเศษ แตกต่างจากน้ำมันอเนกประสงค์ที่ขายตามท้องตลาด โดยหน้าที่ของน้ำมันหล่อลื่น จะแบ่งออกเป็น 3 หน้าที่หลัก ๆ ดังนี้

1. ระบายความร้อน

น้ำมันปั๊มลมมีคุณสมบัติช่วยในการระบายความร้อนให้กับระบบได้ ความร้อนที่เกิดขึ้นในระบบปั๊มลมจะถูกน้ำมันดูดซับความร้อนไว้ แล้วน้ำมันที่ร้อนนี้ก็จะถูกส่งต่อไประบายความร้อนซ้ำอีกครั้งที่ oil cooler หรือ water cooler ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของปั๊มลมเครื่องนั้น ๆ 

2. หล่อลื่นและลดการสึกหรอ

น้ำมันปั๊มลมสามารถใช้ในการหล่อลื่นเกียร์ และลูกปืนภายในสกรู (screw element) ได้ ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมากไปกว่านั้นตัวน้ำมันเองยังมีอีกคุณสมบัติ คือการดักจับฝุ่นละอองที่มีอนุภาคเล็ก ๆ ที่หลุดเข้ามาในระบบผ่าน (ถึงแม้จะมีกรองอากาศแล้วก็ตาม อากาศที่เข้ามาในเครื่องยังคงมีฝุ่นหลงเหลืออยู่) ตัวน้ำมันจะช่วยดักจับฝุ่น แล้วส่งต่อไปกักเก็บไว้ที่ไส้กรองน้ำมัน (oil filter) ก่อนส่งน้ำมันบริสุทธิคืนกลับไปที่สกรู

 

3. เติมเต็มช่องว่างระหว่างฟันสกรู

ฟันของสกรู (screw element) ที่ถูกออกแบบมาจากโรงงาน โดยปกติแล้วตัวฟันทั้งสองชิ้นจะไม่มีการสัมผัสกัน ดังนั้นการที่ไม่มีน้ำมันในระบบจะส่งผลให้ลมอัดที่ถูกบีบเกิดการไหลย้อนกลับได้ ทำให้การรีดลมไม่สามารถทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หน้าที่ของน้ำมันปั๊มลมจึงเข้ามาเติมเต็มและแก้ปัญหาในส่วนนี้ ช่องว่างอากาศระหว่างซี้ฟัน จะถูกน้ำมันเข้ามาเติมเต็มในขณะที่เครื่องทำงาน 

น้ำมันหล่อลื่นปั๊มลมที่นิยมใช้มีอยู่ 2 ประเภทหลักๆ คือ

  1. น้ำมันแบบมาตรฐาน (Standard Oil)

  2. น้ำมันสังเคราะห์พิเศษ (Synthetic Oil)

 

1.น้ำมันแบบมาตรฐาน (Standard Oil)

คือ น้ำมันที่ผลิตจากธรรมชาติ ซึ่งมีราคาจะถูกกว่าน้ำมันสังเคราะห์ มีลักษณะเป็นน้ำใสๆ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่ระเหยเร็วกว่าน้ำมันแบบสังเคราะห์ จึงเป็นสาเหตุทำให้อาจพบว่าน้ำมันชนิดนี้ในปั๊มลมมีแนวโน้มที่จะเกิดการน้ำมันพร่องได้เร็วกว่า และน้ำมันแบบมาตรฐานยังมีปฏิกิริยาทางเคมีมากกว่าน้ำมันสังเคราะห์อย่างชัดเจน โดยที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะไม่อิ่มตัวที่ 100% เมื่อเจอกับไฮโดรเจน ซึ่งหมายความว่า น้ำมันชนิดนี้จะสามารถจับตัวเป็นก้อนได้ง่ายกว่า ทำให้อายุการใช้งานอาจสั้นลงตามสภาพแวดล้อมหน้างานได้ ดังนั้น น้ำมันแบบมาตรฐาน (Standard Oil) จะเหมาะกับเครื่องปั๊มลมที่มีการใช้งานไม่ต่อเนื่องจนเกินไป และหน้างานมีการถ่ายเทอากาศที่เหมาะสม

 

2.น้ำมันสังเคราะห์ (Synthetic Oil)

น้ำมันชนิดนี้คือ น้ำมันที่สังเคราะห์ขึ้นมาใหม่ 100% ด้วยกระบวนการทางเคมี มีคุณสมบัติที่พิเศษกว่าน้ำมันแบบมาตรฐาน (Standard Oil)  ซึ่งไม่มีปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ จึงทำให้น้ำมันไม่จับตัวเป็นก้อน และมีอัตราระเหยที่ต่ำกว่า ส่งผลให้มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าน้ำมันแบบมาตรฐานมากกว่า 50%  นอกจากนี้น้ำมันสังเคราะห์จะมีความทนทานต่อความร้อนและฝุ่นในอากาศสูงกว่า สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของอะไหล่ปั๊มลมได้ ดังนั้นในการเลือกน้ำมันชนิดนี้จะเหมาะสมเป็นพิเศษกับห้องเครื่องที่มีอุณหภูมิสะสมสูง และห้องเครื่องที่ไม่สามารถควบคุมปริมาณฝุ่นได้ หรือโรงงานที่มีการทำงานต่อเนื่องหนัก ๆ ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน เนื่องจากการใช้ปั๊มลมต่อเนื่องทำให้เครื่องมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาอุณหภูมิสูงได้ง่ายกว่า

ข้อควรระวังในการใช้น้ำมันปั๊มลมเอนกประสงค์

น้ำมันเอนกประสงค์เป็นน้ำมันเครื่องที่หาได้ง่ายในท้องตลาด ซึ่งสามารถนำมาใช้กับทั้งปั๊มลมลูกสูบ (piston air compressor) ไปจนถึงปั๊มลมสำหรับอุตสาหกรรมหนักอย่างปั๊มลมสกรู (oil injected screw compressor) ได้แต่ก็ยังมีสิ่งนึงที่น้ำมันเหล่านี้ยังไม่สามารถตอบโจทย์กับปั๊มลมได้ นั้นคือความทนทาน ในโรงงานอุตสาหกรรมหลาย ๆ โรง ปั๊มลมทำงานหนักต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง โดยเครื่องจักรอาจมีช่วงพักเพียงวันละไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งเทียบกันแล้วถือว่ามีการทำงานต่อเนื่องที่หนักกว่ารถยนต์มาก ดังนั้นน้ำมันที่ออกแบบเฉพาะสำหรับปั๊มลม จึงมีการออกแบบมาให้ทนทานกับการทำงานภายใต้ความร้อนสูงและการทำงานต่อเนื่องมากกว่า ในการใช้น้ำมันอเนกประสงค์ในระยะสั้นอาจใช้ได้และไม่เห็นปัญหาใด ๆ แต่ในระยะยาวความทนทาน และการป้องกันการเกิด down time จะไม่สามารถทำได้เทียบเท่ากับน้ำมันที่ออกแบบเฉพาะสำหรับปั๊มลม

 

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรเปลี่ยนน้ำมันปั๊มลมเมื่อไหร่?

โดยปกติน้ำมันแต่ละชนิดที่ใช้กับปั๊มลมจะมีการกำหนดชั่วโมงการใช้งานจากทางผู้ผลิตอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นเบื้องต้นคือผู้ใช้เครื่องควรทำการเปลี่ยนน้ำมันตามชั่วโมงอ้างอิงตามคู่มือการใช้งานของแต่ละยี่ห้อ อย่างไรก็ตามผู้ใช้เครื่องสามารถสังเกตเพิ่มเติมเองได้จากความร้อนและปริมาณของฝุ่นในอากาศ ยิ่งมีมากเท่าไหร่ปัจจัยที่ความร้อนสะสมในปั๊มลมที่จะสูงยิ่งขึ้นก็มีมากตาม  ซึ่งจะส่งผลให้น้ำมันหล่อลื่นปั๊มลมมีแนวโน้มที่จะมีอายุการใช้งานที่สั้นลงตามไปด้วย แล้วถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยที่ยังคงฝืนใช้เครื่องต่อทั้งที่อยู่ในสภาพอุณหภูมิสูงจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง